รถดีเหมือนใหม่ไว้ใจเรา คาร์ไบร์ทดอทคอม
มกราคม 20, 2021, 10:27:38 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ทาง บริษัท คาร์ไบร์ท การาจ จำกัด ได้ทำการย้ายบริษัทไปอยู่ที่ สุพรรณ เป็นการชั่วคราว อยู่ที่ powergas สาขาสุพรรณบุรี
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: น้าเน็ค – เกตุเสพย์สวัสดิ์ เพราะรถผมคือรถใหม่อยู่เสมอ  (อ่าน 4797 ครั้ง)
อู่สีคาร์ไบร์ท
Moderator
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 325



« เมื่อ: สิงหาคม 18, 2010, 09:23:40 AM »

เพียงเราไม่ยอมปล่อยให้เรื่องบางเรื่องผ่านกาลเวลา ของที่วันนี้เราซื้อมาใหม่ อีก 20 ปีมันอาจจะเก่าในสายตาหลายคน แต่หากเรารักมัน มันจะคือของใหม่ในสายตาของเราตลอดเวลา

หลายคนรู้จัก น้าเน็ค - เกตุ เสพย์สวัสดิ์  ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ในฐานะพิธีกรอารมณ์ดี ในอีกมุมหนึ่งของผู้ชายคนนี้ เค้าจัดเป็นที่มีสไตล์และแนวคิดเป็นของตนเอง มีมุมมองที่แปลกและแตกต่าง แม้แต่เรื่องรถสะสมของน้าเน็ค ที่ไม่ใช่แค่รถเก่า แต่มันเป็นรถใหม่ที่ให้ความสุขทางใจของเขาเสมอ



“พ่อผมเป็นคนชอบรถ ท่านมีอยู่หลายคัน ฟอร์ด มัสแตง ในสมัยที่ท่านหนุ่มๆ ของพวกนี้ก็เป็นของใหม่ มัสแตงเป็นรถในปี 1965กับ1969 ซึ่งปี 1969 เป็นปีเกิดของผม ซึ่งพ่อผมก็อายุ 30 กว่า ผมโตมา ผมเห็นมัน ผมผูกพันกับมา เมื่อผมโตขึ้น ความรู้สึกของผมที่มีต่อของเหล่านี้มันไม่ได้หายไปใหน ผมอยากจะเห็นมัน อยากจะมีไว้ใกล้ตัว พอเราไม่ยอมปล่อยให้มันผ่านการเวลา เพราะเรายังรู้สึกดีกับมันอยู่ ในสายตาคนภายนอกอาจจะมองคือรถคลาสสิค รถเก่าไปแล้ว แต่สำหรับเรามันยังเป็นรถใหม่อยู่เสมอ อยู่ในความทรงจำ ผมไม่ได้ชอบมันเพราะมันเก่า แต่ผมชอบมันตั้งแต่ไหนแต่ไร”



สำหรับคลาสสิคคาร์คันแรกของน้าเน็คคือ มัสแตง 1966 น้า เน็คบอกว่าเหมือนสวรรค์ดลใจให้เขาขับรถไปเจอแถวๆ บางกรวย ใกล้วัดสวนแก้ว เป็นอู่รถเก่า เลี้ยวเข้าไปถามดูว่ามีมัสแตงไหม ภาพแรกที่เห็นเหมือนอย่างกับในหนัง เหมือนมีไฟโฟโลว์สาดใส่มาที่ซากเจ้ามัสแตงคันนี้ แต่สิ่งน้าเน็คเห็นมากกว่านั้น คือภาพหน้าตาเจ้ามัสแตงคันนี้หลังการยกเครื่องใหม่จะเป็นอย่างไร เพราะแม้น้าเน็คจะยังไม่มีคลาสสิคคาร์แต่เขาก็มีหนังสือเกี่ยวกับมัสแตง เกือบทุกเล่มเท่าที่โลกนี้จะผลิตมา ก็เลยตัดสินใจซื้อรถคันนี้เลย ซึ่งวันนั้นคือวันที่ 14 กุมภา และตั้งชื่อรถคันนี้ว่า ''วาเลนไทน'' ชื่อเล่นว่า ''โรส'' เพราะเขาสีแดง



มัสแตงคันนี้เป็น ''รถเพื่อการศึกษา'' เป็น คำที่คนในวงการเล่นรถเก่าเขาใช้เรียกเพื่อหยอกกัน เอาไว้เรียกสำหรับคนที่ทำรถแพงเกินเหตุ ทำไม่จบซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะพอคิดจะเข้าสู่วงการรถคลาสสิค สิ่งที่จะต้องเจอคือโดนหลอก ซื้อของแพงโดยใช่เหตุ เจอช่างไม่ดี เจอคนเลว เสียค่าโง่กับค่าคัสตอมชิพปิ้ง สั่งของเข้ามาแล้วไม่สามารถออกจากสนามบินได้ เพราะภาษีชิพปิ้งสูงมาก ซึ่งสำหรับบางคัน 6 เดือนก็สามารถเอาออกขับมาได้ แล้ว แต่ก็เป็นแบบขับไปซ่อมไป จอดซ่อมตลอด

 

สำหรับรถที่น้าเน็คช้เวลาในการบูรณะนานที่สุดคือมัสแตง 1969 เพราะตอนที่ได้มาจากเจ้าของเดิมวางเครื่องญี่ปุ่น ผมก็ยกเครื่องเดิมออก แล้วทำเครื่องเดิมที่เป็นเครื่อง 8 สูบเครื่องV8 ของมัสแตง ถ้าจนสิ้นปี 53 ก็จะครบ 6ปี ในการอยู่ที่อู่เพื่อทำแต่เครื่อง ซึ่งตามกำหนดการช่างก็ได้ยืนยันว่าจะเสร็จในปลายปีนี้



เมื่อถูกถามว่าเคยท้อกับการรอคอยใหม่ สำหรับคนเล่นรถเก่าแล้วน้าเน็คบอกว่าช่วงที่สนุกที่สุดคือช่วงที่ทำมันนี่ แหละ เพราะพอเมื่อรถเสร็จอารมณ์ก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบ ก็จะแค่เป็นการเอาออกไปใช้ เอาออกมาขับบ้าง รถในปี 65-69 ให้ ถอยรถออกมาจากโชว์รูมในปีนั้นเลย แต่หากข้ามไทม์แมชชีนมา สมรรถภาพของเครื่องยนต์มันก็ต่างกันอยู่แล้ว มีแค่ความสวยงามของมันเท่านั้นที่ยังอยู่ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือการทำนี่แหละ อยากเห็นมันเป็นซาก เคาะเป็นตัวถัง ได้พวงมาลัยมาใหม่ กว่าจะได้มาแต่ละชิ้นมันคือความสุข แล้วทุกบาททุกสตางค์ที่ลงไปมันมีคุณค่าในตัวมัน



ความแตกต่างเรื่องการดูแล รถปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องเข้าใจมันมากก็ได้เพราะมีปัญหาก็สามารถขับเข้า ศูนย์ได้ แต่หากเป็นรถคลาสสิค คุณจะต้องเข้าใจมันมากๆ คุณต้องรู้ว่าสายนี้มันลากมาจากตรงไหน มันต่อมาจากตรงไหน ประตูยึดด้วยน็อตอะไร เพราะคุณเป็นคนไปเฝ้ามันตั้งแต่มันเป็นซาก ถึงคุณไม่อยากรู้คุณก็จะรู้เอง เพราะหากคุณเป็นคนทำรถเอง เอาอะไหล่ออกมาวาง คุณก็จะบอกได้ว่าเป็นอะไหล่จากตรงไหน หากบอกได้ขนาดนี้คงไม่ต้องถามถึงว่าวิธีดูแลรถทำอย่างไร

 

น้า เน็คทิ้งท้ายการสัมภาษณ์ไว้ได้น่าสนใจมากสำหรับคนที่สนใจจะเข้าสู่วงการรถ คลาสสิค คนเล่นรถเก่าการมีเงินอย่างเดียวคงไม่พอ แต่ต้องโง่ด้วย แต่ขอต่อท้ายว่าความโง่ที่เกิดขึ้นกลับทำให้มีความสุขมาก เราเสียเงินซื้อเงินซื้อความสุขด้วยเรื่องโง่เยอะมาก ถามถึงความคุ้มค่าคงหากับมันไม่ได้ แต่หากจะประเมินค่าก็คงประเมินมันไม่ได้ แต่หากคุณชอบมันจริง ยังไงคุณก็มีครอบครอง คุณต้องรู้ราคา รู้คุณค่ามัน คุณก็ต้องไปทำงานเก็บเงิน เพื่อที่จะได้มาครอบครอง ถ้าคุณชอบจริงขนาดนั้น ความรู้รัก ก็คงไม่ต้องบอกว่าคุณจะต้องทำอย่างไร

 

หมายเหตุ : ตอนนี้รถคลาสสิคที่น้าเน็คมีอยู่ทั้งหมด 4 คัน คือ มัสแตงปี 1965 มัสแตงปี 1969 เปอร์โย 504 และเบนซ์หางปลา ทั้งหมดยังอยู่ในอู่จ้า......

ที่มา: sanook.com
บันทึกการเข้า

ติดแก๊สมั่นใจ www.powergas.net | สีรถสวยถูกใจ www.carsbright.com
บริหารงานโดยช่างหน่อย ช่างตู๋ ช่างเล็ก น้องนุช และทีมงาน
serviceonline24
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2010, 03:32:26 PM »

รักษารถได้ดีเยี่ยม รถดูใหม่เสมอ
บันทึกการเข้า
kaolaow
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2012, 09:47:28 PM »

504  ประมาณกี่ปีแล้วครับเนี่ย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.071 วินาที กับ 22 คำสั่ง